โดย..อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย
ชี้แจงข้อเขียนเรื่อง “อัล-มะฮ์ดี ผู้ถูกรอคอย” จากหนังสือ “ขออยู่กับผู้สัตย์จริง”.. ของเช็ค อัต-ตีญานีย์ หน้า 338 – 348 ...
อันเนื่องมาจากผมได้สัญญาเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า หากมีเวลาและเนื้อที่พอ ผมจะนำเอาข้อเขียนของท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ นักเขียนและนักปรัชญาของชีอะฮ์ท่านหนึ่ง ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีย์เอาไว้ในหนังสือ “ขออยู่กับผู้สัตย์จริง” มาชี้แจงและทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวซุนนะฮ์ ให้ทราบถึงข้อบิดเบือนและการหมกเม็ดจากหนังสือเล่มนั้น ...
ความจริง เนื้อหาต่างๆจากข้อเขียนดังกล่าว มีอยู่หลายประเด็นที่จำเป็นจะต้องชี้แจง แต่อันเนื่องมาจากผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีย์ของชาวชีอะฮ์ มาโดยละเอียดพอสมควร ซึ่งในการเขียนนี้ บางประเด็น ผมก็ได้ชี้แจงมาแล้วในตอนต้น, และก็มีอยู่หลายประเด็นที่เป็นการหักล้างข้อเขียนของเช็คอัต-ตีญานีย์ผู้นี้โดยปริยายไปในตัว... ในเนื้อหาที่เขียนไปแล้วนั้น ..... จึงเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผมจะไปมัวชี้แจงสิ่งเหล่านั้นให้เป็นการเสียเวลาอีก ...
ณ ที่นี้ เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลาของท่านผู้อ่านจนเกินไป ผมจึงขอหยิบยกข้อเขียนดังกล่าวประมาณ 5 ประเด็น ที่มองว่ามีส่วนเกี่ยวพันหรือบิดเบือนแนวคิดของชาวซุนนะฮ์ในเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีย์มากที่สุด มาชี้แจงและทำความเข้าใจกับท่านผู้อ่านดังต่อไปนี้
อันเนื่องมาจากผมได้สัญญาเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า หากมีเวลาและเนื้อที่พอ ผมจะนำเอาข้อเขียนของท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ นักเขียนและนักปรัชญาของชีอะฮ์ท่านหนึ่ง ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีย์เอาไว้ในหนังสือ “ขออยู่กับผู้สัตย์จริง” มาชี้แจงและทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวซุนนะฮ์ ให้ทราบถึงข้อบิดเบือนและการหมกเม็ดจากหนังสือเล่มนั้น ...
ความจริง เนื้อหาต่างๆจากข้อเขียนดังกล่าว มีอยู่หลายประเด็นที่จำเป็นจะต้องชี้แจง แต่อันเนื่องมาจากผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีย์ของชาวชีอะฮ์ มาโดยละเอียดพอสมควร ซึ่งในการเขียนนี้ บางประเด็น ผมก็ได้ชี้แจงมาแล้วในตอนต้น, และก็มีอยู่หลายประเด็นที่เป็นการหักล้างข้อเขียนของเช็คอัต-ตีญานีย์ผู้นี้โดยปริยายไปในตัว... ในเนื้อหาที่เขียนไปแล้วนั้น ..... จึงเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผมจะไปมัวชี้แจงสิ่งเหล่านั้นให้เป็นการเสียเวลาอีก ...
ณ ที่นี้ เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลาของท่านผู้อ่านจนเกินไป ผมจึงขอหยิบยกข้อเขียนดังกล่าวประมาณ 5 ประเด็น ที่มองว่ามีส่วนเกี่ยวพันหรือบิดเบือนแนวคิดของชาวซุนนะฮ์ในเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีย์มากที่สุด มาชี้แจงและทำความเข้าใจกับท่านผู้อ่านดังต่อไปนี้
(1). มีกล่าวในหน้าที่ 339 ว่า ...
“แม้ว่านักปราชญ์ชีอะฮ์ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เขียนถึงเรื่องอัล-มะฮ์ดีย์กันอย่างมากมายมหาศาล และถึงแม้ว่าพี่น้องซุนนีและชีอะฮ์จะได้ติดต่อกันมากครั้งในที่ประชุมสัมมนาหลายๆที่ และได้มีการสนทนากันถึงเรื่องความเชื่อในด้านต่างๆ แต่ปัญหาก็ยังคงคลุมเครืออยู่ในพวกเขาเป็นส่วนมาก เพราะพวกเขาไม่เคยชินกับการได้ยิน ได้ฟังรายงานบอกเล่าทำนองนี้นั่นเอง”
“แม้ว่านักปราชญ์ชีอะฮ์ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เขียนถึงเรื่องอัล-มะฮ์ดีย์กันอย่างมากมายมหาศาล และถึงแม้ว่าพี่น้องซุนนีและชีอะฮ์จะได้ติดต่อกันมากครั้งในที่ประชุมสัมมนาหลายๆที่ และได้มีการสนทนากันถึงเรื่องความเชื่อในด้านต่างๆ แต่ปัญหาก็ยังคงคลุมเครืออยู่ในพวกเขาเป็นส่วนมาก เพราะพวกเขาไม่เคยชินกับการได้ยิน ได้ฟังรายงานบอกเล่าทำนองนี้นั่นเอง”
ชี้แจง.
ข้ออ้างที่ว่า “เพราะพวกเขาไม่เคยชินกับการได้ยินได้ฟังรายงานบอกเล่าทำนองนี้ .......” นั้น อยากจะขอถามว่า ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ เอาข้อมูลจากไหนมาอ้าง ? ...
ไม่ใช่ว่า นักวิชาการฝ่ายซุนนะฮ์คลุมเครือ หรือไม่เคยชินกับการได้ยินรายงานบอกเล่าทำนองนี้, ... อย่างที่เช็คอัต-ตีญานีย์ อ้างอะไรหรอก ...
ความเป็นจริงในเรื่องนี้ก็คือ นักวิชาการฝ่ายซุนนะฮ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เคยได้ยิน, ได้ฟังจนหูตาชาไปหมดเกี่ยวกับข้อผิดพลาด, บิดเบือนประวัติศาสตร์, และการใส่ร้ายป้ายสีของชาวชีอะฮ์, ทั้งต่อชาวซุนนะฮ์โดยตรง และต่อบรรพชนที่ชาวซุนนะฮ์เคารพยกย่อง,..
ในการนี้ ฝ่ายชีอะฮ์จะใช้สารพัดวิธี, เช่นการอ้างเอาหลักฐานข้อมูลของฝ่ายซุนนะฮ์ --- ทั้งที่ฝ่ายซุนนะฮ์ถือว่า ถูกต้องและไม่ถูกต้อง --- มาอ้างอิง แล้วสร้างคำอธิบายเอาเองอย่างข้างๆคูๆ เพื่อสนับสนุนความเชื่อของตนโดยไม่เคยคำนึงถึงกฎกติกาใดๆทั้งสิ้น ...
นักวิชาการฝ่ายซุนนะฮ์บางท่าน อาทิเช่น ท่านอิบนุตัยมียะฮ์ เป็นต้น, ได้เคยเขียนชี้แจงข้อผิดพลาดและความ “อวิชา” ของนักวิชาการชีอะฮ์ เกี่ยวกับสถานภาพหะดีษหรือข้อมูลของซุนนะฮ์ที่ฝ่ายชีอะฮ์นำไปอ้าง,.... ตลอดจนชี้แจงข้อบิดเบือนของชีอะฮ์ในการอธิบายความหมายหะดีษที่ฝ่ายซุนนะฮ์ถือว่า ถูกต้อง ... ในหนังสือชื่อ “มินฮาจญ์ อัซ-ซุนนะฮ์” อย่างละเอียดในทุกแง่มุมของปัญหาขัดแย้งระหว่างซุนหนี่-ชีอะฮ์ ...
แต่การชี้แจงข้อเท็จจริงเหล่านั้น ถามว่า, เคยได้รับความสนใจไยดี, และการสนองตอบจากฝ่ายชีอะฮ์แม้เพียงกะผีกริ้น .... บ้างหรือไม่ ? ...
ข้ออ้างที่ว่า “เพราะพวกเขาไม่เคยชินกับการได้ยินได้ฟังรายงานบอกเล่าทำนองนี้ .......” นั้น อยากจะขอถามว่า ท่านเช็คอัต-ตีญานีย์ เอาข้อมูลจากไหนมาอ้าง ? ...
ไม่ใช่ว่า นักวิชาการฝ่ายซุนนะฮ์คลุมเครือ หรือไม่เคยชินกับการได้ยินรายงานบอกเล่าทำนองนี้, ... อย่างที่เช็คอัต-ตีญานีย์ อ้างอะไรหรอก ...
ความเป็นจริงในเรื่องนี้ก็คือ นักวิชาการฝ่ายซุนนะฮ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เคยได้ยิน, ได้ฟังจนหูตาชาไปหมดเกี่ยวกับข้อผิดพลาด, บิดเบือนประวัติศาสตร์, และการใส่ร้ายป้ายสีของชาวชีอะฮ์, ทั้งต่อชาวซุนนะฮ์โดยตรง และต่อบรรพชนที่ชาวซุนนะฮ์เคารพยกย่อง,..
ในการนี้ ฝ่ายชีอะฮ์จะใช้สารพัดวิธี, เช่นการอ้างเอาหลักฐานข้อมูลของฝ่ายซุนนะฮ์ --- ทั้งที่ฝ่ายซุนนะฮ์ถือว่า ถูกต้องและไม่ถูกต้อง --- มาอ้างอิง แล้วสร้างคำอธิบายเอาเองอย่างข้างๆคูๆ เพื่อสนับสนุนความเชื่อของตนโดยไม่เคยคำนึงถึงกฎกติกาใดๆทั้งสิ้น ...
นักวิชาการฝ่ายซุนนะฮ์บางท่าน อาทิเช่น ท่านอิบนุตัยมียะฮ์ เป็นต้น, ได้เคยเขียนชี้แจงข้อผิดพลาดและความ “อวิชา” ของนักวิชาการชีอะฮ์ เกี่ยวกับสถานภาพหะดีษหรือข้อมูลของซุนนะฮ์ที่ฝ่ายชีอะฮ์นำไปอ้าง,.... ตลอดจนชี้แจงข้อบิดเบือนของชีอะฮ์ในการอธิบายความหมายหะดีษที่ฝ่ายซุนนะฮ์ถือว่า ถูกต้อง ... ในหนังสือชื่อ “มินฮาจญ์ อัซ-ซุนนะฮ์” อย่างละเอียดในทุกแง่มุมของปัญหาขัดแย้งระหว่างซุนหนี่-ชีอะฮ์ ...
แต่การชี้แจงข้อเท็จจริงเหล่านั้น ถามว่า, เคยได้รับความสนใจไยดี, และการสนองตอบจากฝ่ายชีอะฮ์แม้เพียงกะผีกริ้น .... บ้างหรือไม่ ? ...
คำตอบก็คือ ... ไม่เคยเลย ! ...
นักวิชาการชีอะฮ์ ยังคงอาศัยหะดีษซึ่งฝ่ายซุนนะฮ์ถือว่า “เฎาะอีฟ” .... หรือยิ่งกว่านั้น หะดีษที่ฝ่ายซุนนะฮ์ถือว่าเป็น “หะดีษเก๊” ... มาอ้างอิงต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อหลอกลวงชาวซุนนะฮ์ที่ “ขาดความรู้ความเข้าใจ” ในวิชาการหะดีษของตนเอง .. (ซึ่งแน่ละ, มีจำนวนมากกว่าผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างเทียบกันไม่ได้) .. ต่อไป อย่าง -- ขอโทษ -- หน้าด้าน, ... และปราศจากความละอายใจแม้แต่น้อย ...
คงจะถือสุภาษิตประภทที่ว่า “ด้านได้, - อายอด (แนวร่วม)” นั่นเอง ...
ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอก, ดูเรื่องของอิหม่ามมะฮ์ดีย์ที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้เป็นตัวอย่างก็ได้ ...
นักเขียนชีอะฮ์ในประเทศไทยบางคน, ได้อ้างหลักฐานบางข้อซึ่ง “เป็นข้อมูลของชีอะฮ์แท้ๆ” แต่มากล่าวอ้างหน้าตาเฉยว่า เป็นข้อมูลจากฝ่ายซุนนะฮ์ (เพื่อหลอกชาวซุนนะฮ์ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้เข้าใจผิด) .. ดังตัวอย่างที่ผมได้นำเสนอผ่านไปแล้วตอนต้น ...
นักเขียนชีอะฮ์ในประเทศไทยบางคน, ได้อ้างหลักฐานบางข้อซึ่ง “เป็นข้อมูลของชีอะฮ์แท้ๆ” แต่มากล่าวอ้างหน้าตาเฉยว่า เป็นข้อมูลจากฝ่ายซุนนะฮ์ (เพื่อหลอกชาวซุนนะฮ์ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้เข้าใจผิด) .. ดังตัวอย่างที่ผมได้นำเสนอผ่านไปแล้วตอนต้น ...
แม้กระทั่งเช็คอัต-ตีญานีย์เองก็เถอะ, ยังอ้างหะดีษจากรายงานของท่านอบูดาวูดที่ว่า อิหม่ามมะฮ์ดีย์ มีนามจริงว่า “มุหัมมัด บิน อับดุลลอฮ์” และยอมรับอีกด้วยว่า หะดีษดังกล่าว เป็นหะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์.. ตรงกันทั้งฝ่ายซุนนะฮ์และฝ่ายชีอะฮ์ ...
แต่ไปๆมาๆ ดันกลับลำหน้าตาเฉย โดยกล่าวว่า ชื่อของท่านมะฮ์ดีย์ คือ มุหัมมัด บิน หะซัน อัล-อัสกะรีย์ ตามความเชื่อของชีอะฮ์ (ซึ่งก็คงจะไม่ใช่หะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์ เพราะมีเนื้อหาค้านกับหะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์บทก่อนที่ท่านเช็คฯเองก็รับรองไว้แล้ว) ...
มิหนำซ้ำ ยังกล่าวประณามผู้ที่เชื่อตามหะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์บทนั้นเสียอีกว่า เป็นคน “ตะอัศศุบ” (ฝักใฝ่อย่างมีอคติ) และดื้อดึง ...
แล้วอย่างนี้ ก็อยากจะขอถามสักหน่อยว่า ชาวซุนนะฮ์มีความคลุมเครือในปัญหา ... หรือชีอะฮ์กันแน่ที่พยายามสร้างความสับสนและคลุมเครือให้เกิดเป็นปัญหาขึ้น เพื่อหลอกลวงชาวซุนนะฮ์จำนวนมากที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการของตนเอง ? ...
มิหนำซ้ำ ยังกล่าวประณามผู้ที่เชื่อตามหะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์บทนั้นเสียอีกว่า เป็นคน “ตะอัศศุบ” (ฝักใฝ่อย่างมีอคติ) และดื้อดึง ...
แล้วอย่างนี้ ก็อยากจะขอถามสักหน่อยว่า ชาวซุนนะฮ์มีความคลุมเครือในปัญหา ... หรือชีอะฮ์กันแน่ที่พยายามสร้างความสับสนและคลุมเครือให้เกิดเป็นปัญหาขึ้น เพื่อหลอกลวงชาวซุนนะฮ์จำนวนมากที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการของตนเอง ? ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น